มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์   วิทยาเขตวังไกลกังวล   คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาศึกษาทั่วไป    
logo       
การสอบหลังเรียนการอ่าน

จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุด

 

1. งานเขียนร้อยแก้วขนาดยาวที่มีโครงเรื่องซับซ้อน แก่นของเรื่องเสนอแนวคิดหลายแนว ควรจะเป็นงานเขียนชนิดใด
ก. สารคดี
ข. นวนิยาย
ค. นิยาย
ง. เรื่องสั้น


2. หนังสือในข้อใดที่อ่านเพื่อบันเทิงอารมณ์
ก. หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ข. วารสารวิศวกรรมสาร
ค. นิตยสารใกล้หมอ
ง. นวนิยายเรื่อง สี่แผ่นดิน


3. ถ้านักศึกษาอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์แล้วยังไม่เข้าใจข่าวนั้นดี ควรจะทำอย่างไร
ก .อ่านบทวิจารณ์
ข อ่านการพาดหัวข่าว
ค. อ่านย่อหน้าแรกของข่าวซ้ำ
ง อ่านข่าวนั้นซ้ำทั้งหมดอีกครั้ง


4.. ถ้าต้องการหาเรื่องราวเกี่ยวกับ “ธารพระกร” จะค้นได้จากหนังสือประเภทใด
ก. สารานุกรม
ข. นามานุกรม
ค. พจนานุกรม
ง. บรรณานุกรม


5. ข้อความต่อไปนี้ใจความสำคัญของย่อหน้าใดที่อยู่กลางท้ายหน้า

ก. กวียุคก่อนเขียนกาพย์กลอนเพื่ออะไร ได้กล่าวมาบ้างแล้วในหัวข้อเหตุชักนำให้เขียนบทกวี เมื่อมีเหตุชักนำแล้ว ก่อนที่กวีจะลงมือเขียนก็ต้องกำหนดจุดสำคัญว่าจะเขียนเพื่ออะไร มีจุดสำคัญคืออะไร ก็เห็นว่าจุดใหญ่ใจความของกวีแต่ก่อนก็เพื่อให้ผู้อ่านรู้สึกและเข้าใจในเรื่องความรักและการให้ (ทาน) กวีนิพนธ์ยิ่งใหญ่เกี่ยวกับเรื่องความรักก็คือ ลิลิตพระลอ อันนับเป็นอมตวรรณกรรมแต่ถูกนักวิจารณ์ยุคใหม่วิพากษ์ลงไปว่าเป็นวรรณคดีลามก สนองตัณหาของพวกศักดินา ซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนเอกชน ที่มีการเมืองเข้าไปเกี่ยว


ข. สมุดไทยเป็นหนังสือของไทยโบราณที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว มิได้เย็บเป็นเล่มเหมือนหนังสือในปัจจุบัน เป็นหนังสือที่ใช้กระดาษยาวติดต่อกันแผ่นเดียว พับกลับไปกลับมาให้เป็นเล่มหนาหรือบาง กว้างหรือยาวเท่าใดก็ได้ตามแต่ความต้องการของผู้ใช้


ค. นอกจากนี้ยังมีคำผวน ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษอีกประการหนึ่งของภาษาไทย คำบางคำเมื่อผวนแล้วฟังระคายหู ก็ถือว่าเป็นคำไม่พึงใช้พูด เช่น ผักบุ้ง ดอกยี่หุบ บ้านชีหน ก็ให้เปลี่ยนเป็นผักทอดยอด ดอกมณฑาขาว บ้านชีโพ้น แม้คำที่ฟังแล้วชวนให้นึกไปในทางหยาบคายก็ต้องเปลี่ยน เช่น ผักตบ ดอกซ่อนชู้ ต้นตำแย ก็เปลี่ยนเป็นผักสามหาว ดอกซ่อนกลิ่น ต้นอเนกคุณ คำจำพวกนี้เดิมให้ใช้เฉพาะในราชสำนัก ต่อมาทางฝ่ายสุภาพชนก็นิยมใช้ตาม มาบัดนี้ไม่สู้จะถือกันแล้ว เรื่องการห้ามใช้คำหยาบคำต่ำ ในการเขียนนั้นไม่เป็นข้อกำหนดตายตัว เพียงแต่ให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง เดิมถือกันว่า การใช้คำต่ำในการพูดหรือเขียนเป็นโทวจัสตา คือความหยาบคายแห่งถ้อยคำ เรื่องของรสนิยมต่ำ (bad taste) และรสนิยมสูงกุสุมรส สองประการนี้เปลี่ยนไปตามสมัย”

ง. “คำฉันท์เป็นบทกาพย์กลอนสูงสุด ผู้แต่งต้องเป็นคนปราดเปรื่องทางภาษาและรอบรู้ มีหลักศีลธรรม มีประเพณีปฏิบัติกันมาแต่เดิมว่า ก่อนที่กวีจะลงมือแต่งฉันท์ต้องชำระกายและใจให้สะอาด นำดอกไม้ธูปเทียนจุดถวายนมัสการพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำใจให้มีสมาธิ แล้วจึงจรดปากกาเขียนคำนมัสการเอาฤกษ์เป็นบรรทัดแรก ด้วยถือว่าการแต่งฉันท์นั้นเป็นการกระทำอันศักดิ์สิทธิ์ที่จะทำจิตใจตนเองให้บริสุทธิ์ ส่วนผู้อ่านคำฉันท์ก็เป็น ‘หมู่เมธา’ ไม่ใช่ชาวบ้าน ผู้อ่านคำฉันท์อ่านเพื่อความรอบรู้ทางหนังสือ และเพื่อสติปัญญาอันจะทำจิตใจให้บริสุทธิ์สะอาด มิใช่อ่านเพื่อความเพลิดเพลิน จะเพลิดเพลินกันแต่ในเรื่องความรู้และความคิด คนอ่านหนังสือเพื่อความเพลิดเพลินอย่างเดียวจึงอ่านคำฉันท์ไม่เป็น ความเสื่อมของวรรณคดีเกิดพร้อมกับความเสื่อมของคนอ่าน”

6. ข้อความต่อไปนี้ใจความสำคัญของย่อหน้าใดที่อยู่กลางย่อหน้า

ก. งานอดิเรกคืองานที่ไม่ใช่งานอาชีพโดยตรง แต่เป็นงานที่คนชอบทำเป็นพิเศษ เช่น นักการเมืองที่ชอบเล่นดนตรี ย่อมพอใจคนสนทนาทางดนตรีมากกว่าทางการเมือง ครูที่ชอบการเมือง ย่อมเอาใจใส่การเมืองมากกว่าการศึกษา รัฐบุรุษที่ชอบเล่นของเก่า ย่อมพอใจทางของเก่ามากกว่าการปกครอง หมอกฎหมายที่สนใจทางประวัติศาสตร์ ย่อมพอใจสนทนาประวัติศาสตร์มากกว่าทางกฎหมาย รวมความว่า ตามปรกติเราพอใจสนทนาตอบข้อถามในเรื่องอดิเรกมากกว่าในงานที่ทำอยู่จริง


ข. บางคนชอบปลูกไม้ดอกไม้ผล เมื่อเกิดดอกออกผลก็ชื่นใจ เกิดความคิดที่จะทำดอกผลนั้นให้งดงามน่าดูยิ่งขึ้น จึงมีผู้นำผลไม้มาประดิษฐ์ลวดลาย แล้วจัดวางลงในภาชนะให้มองดูแปลกตาน่ารับประทาน ลวดลายนั้นเกิดจากการตัด ผ่า ปอก คว้าน และแกะสลัก ส่วนไม้ดอกก็นำมาผูกมัดเป็นช่อบ้างเป็นพวงเป็นพู่บ้าง เสียบเป็นพุ่มหรือปักแจกันก็ได้ แสดงว่า ศิลปะกับชีวิตเป็นส่วนที่แยกกันไม่ออก


ค. หนังสือใบลานแต่ละผูกมีความชำรุดแตกต่างกัน โดยทั่วไปแล้วหนังสือใบลานที่เก่ามีอายุมากๆ เมื่อลานจะแห้งมีความกรอบเปราะมีรอยแตกร้าวๆ รอยฉีกเป็นริ้วๆ รอยขาดปรุพรุน อันเกิดจาหนอน แมลงหรือปลวกกัดกิน หรือเกิดจากเหตุอื่นๆ มีเชื้อราหรือความสกปรกอื่นๆ หรือหนังสือใบลานที่ติดกันแน่นจนคลี่ไม่ออก ลักษณะอาการเหล่านี้เป็นลักษณะอาการแห่งความเสียหายที่ปรากฏมากบ้าง น้อยบ้าง แตกต่างกันไป


ง. ศิลปะแห่งการฟังนั้นไม่ได้หมายถึงการนั่งนิ่ง ปล่อยให้คนอื่นพูดอย่างเดียว แล้วฟังเหมือนฟังเทศน์ การทำเช่นนั้นง่ายเกินไปกว่าที่จะนับว่าเป็นศิลปะ ศิลปะการฟังจึงหมายถึงความสามารถที่จะชักจูงผู้พูดให้หันเหเข้าหาเรื่องที่เขาถนัดที่สุด คือแสดงให้เห็นว่า ตนกำลังฟังคำพุดของเขาด้วยความตั้งใจ อยากรู้อยากฟังจริงๆ รู้จักสอดคำถามในโอกาสที่เหมาะ รู้จักปล่อยให้ผู้พูด พูดจนสิ้นกระแสความ และรู้จักช่วยผู้พูดที่กำลังหมดเรื่องพูดให้กลับมีเรื่องขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เขาพูดได้ต่อไป


7. “การเลือกอ่านหนังสือ ก็มีความสำคัญอยู่ไม่น้อย เวลานี้หนังสือมีอยู่มากมายก่ายกอง ไม่มีผู้ใดจะสามารถอ่านหนังสือได้หมดทุกเรื่องทุกเล่ม ฉะนั้นเราจึงต้องฉลาดเลือกหนังสืออ่านให้พอเหมาะแก่เวลาที่เรามีอยู่ หนังสืออะไรเหมาะแก่ท่าน ท่านคนเดียวเท่านั้นที่ทราบดี จงพยายามเลือกหนังสือที่ทรงคุณค่าสาระ งดเว้นหนังสือที่ไม่ทำให้เราดีขึ้นหรือฉลาดขึ้นเสีย ยิ่งเป็นหนังสือประเภทต้องห้ามด้วยแล้วควรหลีกเลี่ยงดีกว่า” ข้อใดเป็นใจความสำคัญที่ดีที่สุด
ก. ปัจจุบันนี้หนังสือมีมากมายก่ายกอง
ข. การเลือกหนังสืออ่านมีความสำคัญมาก
ค. ควรหลีกเลี่ยงการอ่านหนังสือประเภทต้องห้าม
ง. ไม่มีผู้ใดสามารถอ่านหนังสือได้หมดทุกเรื่อง


8. ข้อความต่อไปนี้ให้ความรู้สึกแก่ผู้อ่านตามข้อใด
“ต่างชิงฆ่าชิงหั่น ต่างชิงบั่นชิงฟัน ปันกันยิงกันแผลง ปันกันแทงกันพุ่ง ยอยุทธ์ยุ่งบ่มิแตก แยกยุทธ์แย้งบ่มิฟัง”
ก. ฮึกเหิม
ข. ตื่นเต้น
ค คึกคัก
ง. หวาดกลัว


9. “ แม้มิได้เป็นต้นสนระหง
จงเป็นพงอ้อสะบัดไม่ขัดขวาง
แม้มิได้เป็นนุชสุดสะอาง
จงเป็นนางที่มิใช่ไร้ความดี
อันจะเป็นสิ่งใดไม่ประหลาด
กำเนิดชาติดีทรามตามวิถี
ถือสันโดษบำเพ็ญให้เด่นดี
ในสิ่งที่เราเป็นเช่นนั้นเทอญ” (ศ .ฐะปะนีย์ นาครทรรพ)
จากบทประพันธ์ข้างต้น ข้อความใดเป็นสาระสำคัญของเรื่อง

ก. อันจะเป็นสิ่งใดไม่ประหลาด
ข. กำเนิดชาติดีทรามตามวิถี
ค. ถือสันโดษบำเพ็ญให้เด่นดี
ง. ในสิ่งที่เราเป็นเช่นนั้นเทอญ

10. “ เจ้ามาเรียนมีอะไรมาด้วยเล่า
เจ้าจะเอาเกรดสี่มีที่ไหน
เจ้ามาเรียนเจ้ายังไม่ตั้งใจ
เจ้าก็เอาแต่ศูนย์ไปก็แล้วกัน”
บทร้อยกรองนี้ผู้เขียนมีจุดมุ่งหมายอย่างไร

ก. ตักเตือน
ข. สั่งสอน
ค. แสดงอารมณ์ขัน
ง. แสดงฝีมือในการเล่นคำ

จงอ่านบทความนี้ แล้วตอบคำถาม ข้อ 11-20


ยาเสียตัว รู้ไว้ไม่เสียใจ
“กี้” (นามสมมติ) สาวออฟฟิศวัย 25 เธอถูกแฟนที่คบกันมาสองปีล่วงเกินทางเพศโดยที่เธอไม่ได้เต็มใจ ก่อนหน้านี้แฟนพยายามขอมีเพศสัมพันธ์กับเธอมาตลอด แต่เธอปฏิเสธทุกครั้ง จนคืนหนึ่งเธอและแฟนกลับมาจากงานเลี้ยงแต่งงาน แฟนของเธอชวนเธอมาดื่มต่อที่อพาร์ตเมนต์ของเขาเธอยอมตามเขาแต่โดยดี ก่อนที่จะดื่มเขาส่งยาเม็ดสีฟ้าเล็กๆให้เธอหนึ่งเม็ด บอกว่าเป็นยากันแฮงค์ ตื่นเช้าจะได้ไม่ปวดหัว ด้วยความไว้ใจ เธอจึงกินยาเม็ดนั้นเข้าไป ไม่เกิน 5 นาทีหลังจากนั้น ... เธอก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย จนกระทั่งสายวันรุ่งขึ้น เธอและเขานอนกอดกันในสภาพเปลือยเปล่าทั้งคู่ ... และหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ทิ้งเธอไป...
บางคนอาจจะได้เคยอ่านจากอีเมลที่ส่งต่อมาเป็นทอดๆบอกเล่าเรื่องราวที่คล้ายกับเรื่องข้างต้นนี้เพื่อเตือนให้หญิงสาวระวังภัยจากคนแปลกหน้า หรอแม้แต่ภัยจากคนใกล้ตัว จากเรื่องของกี้ ทำให้อกระแวงไม่ได้ว่า สมัยนี้แม้แต่คนรักของเราเอง ก็อาจไม่น่าไว้วางใจซะแล้ว...
นี่คือตัวอย่างหนึ่งในหลายตัวอย่างของการใช้ยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทในทางที่ผิด


คำว่า “ยาเสียตัว” เป็นคำที่เรียกกันในหมู่วัยรุ่นที่รักสนุกหรืออาจเรียกว่า “ยาเสียสาว” เนื่องจากยานี้เมื่อกินเข้าไปแล้วจะทำให้มีความกล้า ไร้สติ สะลึมสะลือ ระหว่างที่ยาออกฤทธิ์จะจำอะไรไม่ได้ รู้ตัวอีกทีอาจอยู่ในสภาพถูกล่วงเกินทางเพศไปเรียบร้อยแล้ว ชื่อสามัญของยาเสียตัวก็คือ อัลพราโซแลม และมีชื่อทางการค้าอีกกว่าสิบชื่อ ได้แก่ Alcelam, Alinax, Diazolam, Atlantic, Marzolam, Pharnax,Siampraxol,Xanacine,Xanax,Xiemed
อัลพราโซแลมจัดอยู่ในยากลุ่ม เบนโซไดอะซีพีน ซึ่งแพทย์นิยมใช้เป็นยาดอาการกังวล สงบประสาท และช่วยให้นอนหลับ ยากลุ่มนี้มีหลายชนิด แพทย์จะเลือกใช้ในการบำบัดรักษาอาการทางจิตประสาทที่เหมาะสมกับอาการของคนไข้ ช่วยในการผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ โดยไปลดการทำงานของเซลล์ประสาทในสมอง ตัวยาจะไปจับกับเบนโซไดอะซีพีนรีเซ็ปเตอร์ ทำให้สารสื่อประสาทที่ชื่อ กรดอะมิโนบิวไทริก (GABA Gamma Amino Bulyric Acid ) จับกับตัวรับของมันได้ดีขึ้น (GABA ช่วยควบคุมไม่ให้ร่างกายเกิดความตึงเครียด ทำให้ผ่อนคลาย เมื่อปริมาณ GABAในสมองลดลงแม้เพียงเล็กน้อยจะทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ เกิดอาการหดหู่ตามมา) ส่งผลให้การทำงานของเซลล์ประสาทถูกยับยั้ง โดยยากลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ในทั้งประสาทส่วนกลาง และสมองส่วนลิมบิก ซึ่งเป็นศูนย์รวมแห่งอารมณ์และความพึงพอใจ ถือเป็นยาที่มีความปลอดภัยเมื่อเทียบกับยาในกลุ่มอื่นๆ แต่ก็อาจมีผลข้างเคียง และอาจติดยาได้หากใช้เป็นระยะเวลานานๆ หากหยุดยาอย่างกะทันหันก็อาจเกิดอาการย้อนกลับ เช่น วิตกกังวลอย่างรุนแรง กระวนกระวาย ชัก เป็นต้น


ลักษณะของอัลพราโซแลมจะเป็นยาเม็ดเล็กๆมีทั้งแบบกลมและแบบรี หลายสี เช่น ม่วงอ่อน ชมพูอ่อน ฟ้า จัดอยู่ในกลุ่มยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 4 ที่ต้องควบคุมและสั่งโดยแพทย์ แต่หากมีใบสั่งแพทย์ก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปที่มีเภสัชกรยู่ประจำ ขนาดที่แพทย์ใช้จะให้ผู้ป่วยใช้จะอยู่ที่ 0.5 – 4 มิลลิกรัม วันละสามครั้ง โดยขนาดยาสูงสุดจะเป็น 4 มิลลิกรัมต่อวัน
แต่ยานี้มีผลข้างเคียงที่อาจพบได้โดยเกิดกับระบบต่างๆของร่างกาย ได้แก่ หัวใจเต้นเร็ว ปวดหน้าอก ง่วงนอน การเคลื่อนไหวไม่ประสานงานกัน ตาแพ้แสง ความจำเสื่อมชั่วขณะ นอนไม่หลับกังวล ซึมเศร้า ปวดศีรษะ ผื่นขึ้น ความต้องการทางเพศลดลง ปากแห้ง ท้องผูก ลดการหลั่งของน้ำลาย คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย เพิ่มหรือลดความอยากอาหาร พูดตะกุกตะกัก มองภาพไม่ชัด เหงื่อออกมาก
นอกจากนี้มีข้อควรระวังในการใช้งาน คือ หากมีการหยุดยาทันทีทันใดก็จะเกิดอาการถอนยา อาจมีอาการชัก ที่สำคัญคือการใช้ยานี้ที่อาจทำให้เกิดการเสพติด ทำให้เกิดอาการง่วงซึม หากรับประทานเดินขนาดจะทำให้ง่วงนอน สับสน การตอบสนองของร่างกายลดลง แลด้วยเหตุที่ยามีทั้งผลดีและผลเสียนี้เอง ที่ทำให้มีการนำมาใช้ในทางที่ผิด
ช่วงสองสามปีที่ผ่านมานี้ ยาอัลพราโซแลมมีการแพร่ระบาดในหมู่วัยรุ่น หมู่คนเที่ยวกลางตืนค่อนข้างมาก เนื่องจากยาจะช่วยคลายเครียด ทำให้เกิดความรู้สึกเคลิบเคลิ้ม คึกคัก ทำให้รู้สึกเหมือนได้พ้นจากความทุกข์และความเจ็บปวด มีแต่ความสนุกสนานอยู่ในจินตนาการ กล้าทำในสิ่งที่ไม่เคยกล้ามาก่อน เกิดเป็นความสุขเพิ่มขึ้น โดยรับประทานแต่ละครั้งจะใช้ยาถึงครั้งละ 2-3 เม็ด ใช้เมื่อรวมกลุ่มสังสรรค์ ผนวกกับการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีฤทธิ์กดประสาทยิ่งทำให้เสริมฤทธิ์ของยาขึ้นไปอีก


ในกรณี “กี้” นั้น ถ้าเธอไม่ได้ถูกแฟนหลอกให้กินยาอัลพราโซแลม เธอก็อาจจะโดนมอมยาอีกตัวที่หนักกว่านั้น ยาที่แฟนหลอกว่าเป็นยากันแฮงค์นั้น อาจจะเป็น “โดมิคุม” ก็เป็นได้
โดมิคุม (Dormicum) เป็นยาในกลุ่มเบนโซไดอะซีฟีนอีกตัวหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในทางที่ผิด โดมิคุมเป็นชื่อทางการค้าที่คนทั่วไปรู้จัก แต่ชื่อสามัญของยาเสียตัวชนิดนี้ คือ มิดาโซแลม


นอกจากมิดาโซแลมจะมีชื่อโดมิคุมแล้ว ยังมีชื่อการค้าอีกชื่อ คือ มิดาโซล (Midazol) เป็นยากดประสาทอย่างแรง สามารถทำให้หลับได้ภายใน 5 – 10 นาที จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 ควบคุมการนำเข้าและจำหน่ายโดยกองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ไม่มีจำหน่ายตามร้านขายยา ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น
มิดาโซแลมจัดเป็นยานอนหลับ แพทย์จะใช้เพื่อให้คนไข้เกิดความสงบระงับก่อนการผ่าตัด เพื่อไม่ให้คนไข้รู้สึกตัว และสูญเสียความทรงจำขณะหลับ ไม่รับรู้เรื่องราวขณะผ่าตัด หรือสั่งจ่ายให้แก่ผู้ที่นอนหลับยาก ช่วยให้นอนหลับได้ดีและตื่นนอนได้ตามปกติ ลักษณะของเม็ดยาจะเป็นยาเม็ดรีๆ สีฟ้าเข้ม ขนาด 1.5 มิลลิกรัม และมีในรูปยาฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำหรือเข้ากล้ามเนื้ออย่างแรง 5 มิลลิกรัม / มิลลิลิตร / แอมพลู และ 15 มิลลิกรัม / 3 มิลลิลตร / แอมพลู
กลไกการออกฤทธิ์ของยานี้ก็เป็นเช่นเดียวกับยาเบนโซไดอะซีฟีนตัวอื่นๆ ผลข้างเคียงของยานี้อาจทำให้เกิดอาการซึมเศร้า มึน ซึม ปวดหัว เวียนหัว ง่วงซึม ง่วงนอนตอนเช้า เดินทรงตัวไม่ดี มีผื่นแพ้และอาจติดยาได้ง่าย และหากได้รับยาเกินขนาด ยาจะกดการหายใจ ความดันต่ำ โคม่า หมดสติ หยุดหายใจชั่วขณะ


จากการที่มิดาโซแลมทำให้หลับได้อย่างรวดเร็ว มันจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่พวกมิจฉาชีพนำมาใช้ในทางที่ผิด ทั้งๆที่มีการควบคุมการใช้และการจำหน่ายอย่างเข้มงวด และมีบทลงโทษทั้งผู้ขาย ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ผู้ครอบครอง ผู้เสพ ลดหลั่นกันลงไป เริ่มตั้งแต่จำคุก 1- 20 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 – 400,000 บาท ส่วนบทลงโทษสำหรับผู้ที่จูงใจให้ผู้อื่นเสพโดยเป็นการกระทำต่อสตรีหรือบุคคลซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ อาจมีโทษสูงสุดถึงจำคำตลอดชีวิตเลยก็ได้ แต่กระนั้นก็ยังมีการลักลอบซื้อขายกันในตลาดมืด ตามแหล่งบันเทิงยามราตรี ตามร้านขายยาที่ไร้จรรยาบรรณ รวมทั้งแหล่งซื้อขายออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ต


เราคงจะไม่มีอะไรจะแนะนำสำหรับเรื่องนี้มากนัก นอกจากขอเตือนหญิงสาวพึงระวังตัวให้ดี หากรักจะเที่ยวกลางคืนหรือชอบสังสรรค์ก็ควรมีเพื่อนที่ไว้ใจที่สุดไปด้วย อย่าวางใจรับเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า หรือแม้แต่คนที่เรารู้จักให้กินยาอะไรก็ตามก็ไม่ควรเชื่อเขาง่ายเกินไป ส่วนวัยรุ่นก็ไม่ควรจะคิดว่าการเสพยากันในกลุ่มเพื่อนจะเป็นการพิสูจน์มิตรภาพ เนื่องจากอะไรก็เกิดขึ้นได้หลังจากยาออกฤทธิ์ในสภาพที่ตัวเราไร้สติ จึงควรระวังภัยไว้ก่อน โดยเฉพาะหญิงสาว จะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง

เรื่องราวของการมอมยา การล่อลวง และการพิสูจน์ความกล้า(แบบบ้าบิ่น) ยังคงมีอยู่ทุกยุคทุกสมัย และภัยหญิงสาวก็คงจะเปลี่ยนโฉมมาในรูปแบบอื่น เมื่อหน่วยสังคมเล็กๆอย่างครอบครัวไร้ความอบอุ่น ทำให้วัยรุ่นต้องหันหน้าไปพึงพิงวัตถุสร้างความสุข แสวงหาความสุขนอกบ้าน จากวัตถุซึ่งไม่มีความยั่งยืน หรือเหล่ามิจฉาชีพที่นำความก้าวหน้าทางวิทยาการมาใช้ทำมาหากิน ซึ่งเราไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้เลยว่า จะมีภัยชนิดใดเกิดขึ้นกับเราบ้าง หนทางที่ปลอดภัยที่สุดก็คือ เรียนรู้เพื่อเท่าทันภัยใหม่ๆที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย และพยายามอยู่ให้ไกลจากสิ่งเหล่านี้ให้มากที่สุด

11. อัลพราโซแลม และโดมิคุม จัดอยู่ในยากลุ่มใด
ก. มิดาโซไดอะซีน
ข. เบนโซไดอะซีพีน
ค. อะมิโนบิวไทริก
ง. ไดอาโนโซแลม


12. เหตุใด “อัลพราโซแลม” จึงได้ชื่อว่า “ยาเสียตัว” หรือ “ยาเสียสาว”
ก. เมื่อหญิงสาวกินเข้าไปแล้วจะมีความกล้า ไร้สติ จำอะไรไม่ค่อยได้ รู้ตัวอีกทีก็อยู่ในสภาพถูกล่วงเกินทางเพศ
ข. เมื่อหญิงสาวกินเข้าไปแล้วจะความต้องการทางเพศมากขึ้น จนไม่สามารถควบคุมตนเองได้ จึงถูกล่วงเกินทางเพศได้ง่าย
ค. เมื่อหญิงสาวกินเข้าไปแล้วจะง่วงนอนและหลับอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีก็อยู่ในสภาพถูกล่วงเกินทางเพศ
ง. เมื่อหญิงสาวกินเข้าไปแล้วจะคึกคัก เมื่อถูกกระตุ้นทางเพศจึงกล้าทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ และถูกล่วงเกินทางเพศได้


13. จากบทความนี้ท่านคิดว่า กี้ กินยาชนิดใด
ก. อัลพราโซแลม เพราะเป็นยาเม็ดสีฟ้า
ข. อัลพราโซแลม เพราะกินแล้วกล้าอย่างไร้สติ
ค. โดมิคุม เพราะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
ง. โดมิคุม เพราะหลับไปหลังจากกินยาได้ 5 นาที


14. ข้อใดเป็นเป็นผลข้างเคียงที่ร้ายแรงที่สุดของยาอัลพราโซแลม
ก. ความจำเสื่อม
ข. อาเจียน ท้องเสีย
ค. ทำให้เกิดการเสพติด
ง. ความต้องการทางเพศลดลง


15. ขนาดที่แพทย์ใช้ยาอัลพราโซแลมให้ผู้ป่วยสูงสุดเท่าใดต่อวัน จึงจัดว่าปลอดภัย
ก. 2 มิลลิกรัมต่อวัน
ข. 3 มิลลิกรัมต่อวัน
ค. 4 มิลลิกรัมต่อวัน
ง. 5 มิลลิกรัมต่อวัน

16. แพทย์ใช้ยามิดาโซแลมเมื่อใด
ก. บำบัดรักษาอาการจิตหลอน
ข. ทำให้คนไข้เกิดความสงบหลังการผ่าตัด
ค. ลดความกังวล สงบประสาทของคนไข้
ง. ทำให้ผู้ที่นอนไม่หลับ หลับได้ดี และตื่นนอนได้ตามปกติ


17. ข้อใดกล่าวถึงยาโดมิคุมถูกต้องที่สุด
ก. ยาโดมิคุมมีชื่อการค้าอีกชื่อ คือ มิดาโซแลม
ข. ยาโดมิคุมจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 4
ค. แพทย์จะใช้ยาโดมิคุมเพื่อให้คนไข้เกิดความสงบก่อนการผ่าตัด
ง. หากมีใบสั่งแพทย์ก็สามารถหาซื้อยาโดมิคุมได้ตามร้านขายยาทั่วไป


18. หากกี้แจ้งความเพื่อนชายหลังจากถูกล่วงละเมิดทางเพศแล้ว ท่านคิดว่าเขาจะได้รับโทษตามข้อใด
ก. ถูกจำคุก 1 – 10 ปี
ข. โทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต
ค. ถูกปรับตั้งแต่ 20,000 – 40,000 บาท
ง. ถูกปรับไม่เกิน 20,000 บาท และจำคุก 5 ปี


19. หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว ถ้าท่านตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับกี้ ท่านจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร
ก. พยายามชักชวนให้เพื่อนชายกินยานั้นพร้อมกัน
ข. รับยาไว้แต่ไม่กิน พยายามชวนเพื่อนชายคุยเรื่องอื่นแทน
ค. ปฏิเสธที่จะกินยานั้นพร้อมทั้งต่อว่าเพื่อนชายอย่างรุนแรง
ง. ปฏิเสธที่จะกินยาโดยอ้างว่าแพทย์ห้ามกินยาอื่นเพราะอาจเสียชีวิตได้


20. ท่านคิดว่าข้อใดเป็นวิธีการป้องกัน “ยาเสียตัว” ที่ดีที่สุด
ก. ตรวจค้นยาในกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น
ข. เพิ่มบทลงโทษผู้ค้ายาอย่างเข้มงวด
ค. เพิ่มประสิทธิภาพการปราบปรามผู้ค้ายา
ง. ให้ความรู้เกี่ยวกับยาแก่ประชาชนมากขึ้น

ส่งคำตอบไปที่ Email
หรือ trungta@chaiyo.com

กลับหน้าแรก