มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์   วิทยาเขตวังไกลกังวล   คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาศึกษาทั่วไป    
logoprc1       

 

คำอธิบายคำตอบแบบฝึกวิเคราะห์คำ

 rose

  1. อย่าลืม 19 เมษายนนี้  ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามระบบประชาธิปไตย

คำอธิบาย  คำว่า “ระบบ” เป็นคำนามมีความหมายว่า “ทำนอง ลำดับ ระเบียบที่รวมส่วนต่างๆเข้าด้วยกัน”  จึงไม่ควรใช้กับคำว่า “ประชาธิปไตย” ควรใช้คำว่า “ระบอบ” ซึ่งเป็นคำนามที่มีความหมายว่า “ระเบียบการปกครอง” จะเหมาะสมกว่า

  1. สมชายเป็นชนชั้นกรรมกร จึงอยู่ในฐานะอดมื้อกินมื้อ

คำอธิบาย  คำว่า”กรรมกร”  มีความหมายว่า “ผู้ที่ก่อให้เกิดงาน”  เป็นคำเรียกเพื่อแสดงสถานภาพทางการงาน แต่ในประโยคนี้ควรใช้คำว่า “กรรมาชีพ” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้ที่มีอาชีพเป็นกรรมกร” เป็นคำที่แสดงสถานภาพทางชนชั้น มักนิยมใช้ร่วมกับคำว่า “ชนชั้น” เป็นชนชั้นกรรมาชีพ เพื่อใช้แยกความหมายออกจากคำว่า “ชนชั้นกลาง” หรือ “ชนชั้นนายทุน” จึงควรใช้คำว่า “กรรมาชีพ” จะตรงความหมายกว่า “กรรมกร”

  1. ลลิตาเป็นคนที่มีกริยามารยาทเรียบร้อยที่สุดในโรงเรียนนี้

คำอธิบาย คำว่า “กริยา” ในภาษาไทยใช้เป็นศัพท์เฉพาะแทนภาษาอังกฤษว่า “verb” เท่านั้น ส่วนคำว่า “กิริยา”มีความหมายแตกต่างกัน กล่าวคือ เฉพาะคำว่า “กิริยา” เท่านั้นที่มีความหมายว่า “ท่าทางที่แสดงออก มารยาท”  มักใช้ซ้อนกับคำว่า “ท่าทาง” และ “มารยาท” เป็น กิริยาท่าทาง หรือ กิริยามารยาท

  1. แผ่นดินไหวที่อินโดนิเซียทำให้ผู้คนเสียชีวิตไปถึง 2,000 คน บ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหายอย่างประมาณค่ามิได้ นับเป็นอุบัติภัยทางธรรมชาติครั้งร้ายแรง

คำอธิบาย คำว่า “อุบัติภัย” “อุปัทวเหตุ” และ “ภัยพิบัติ” ล้วนเป็นภัยร้ายแรงทั้งสิ้น ต่างกันที่  “อุบัติภัย” และ “อุปัทวเหตุ” จัดเป็นอุบัติเหตุ กล่าวคือ ภัยที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมาย เป็นภัยร้ายแรงที่อาจเกิดกับชีวิตหรือทรัพย์สินก็ได้  ขณะที่ อุปัทวเหตุ คือภัยที่เกิดขึ้นกับชีวิตมนุษย์ ส่วนภัยพิบัติเป็นความเสียหายที่เกิดทรัพย์สินและชีวิตมนุษย์จำนวนมาก มักเป็นภัยที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ไม่ใช่อุบัติเหตุอย่าง “อุบัติภัย” และ “อุปัทวเหตุ”   ดังนั้นจึงควรใช้คำว่า ภัยพิบัติ แทนคำว่า อุบัติภัย

  1. ในเวลาช่วงเช้าและเย็นแม่น้ำเจ้าพระยามีเรือสัญจรไปมาแน่นหนามาก

คำอธิบาย คำว่า “แน่นหนา”แปลว่า มิดชิด แข็งแรง  จนเข้าหรือออกไม่ได้ ส่วนคำว่า “หนาแน่น” แปลว่า แออัดมากมาย  ทั้งสองคำมีเสียงคล้ายกันมาก จึงมีคนใช้สับกันบ่อยๆ

  1. สมศักดิ์  ลูกแสนเพชร หาโอกาสที่คู่ชกเผลอเสยหมัดไป จนกรรมการนับ 9

คำอธิบาย “หาโอกาส” แปลว่า คอยโอกาสที่เหมาะสมเพื่อดำเนินการหรือทำอย่างใดอย่างหนึ่งจะมีความหมายเป็นกลางๆ มักมีคนใช้สับกับคำว่า “ฉวยโอกาส” ซึ่งมีความหมายว่า คว้าโอกาสไปโดยไว  ในการทำสิ่งที่ไม่ดี ทำร้ายผู้อื่น หรือเอาชนะผู้อื่น ประโยคนี้จึงควรใช้คำว่า “ฉวยโอกาส” จะตรงความหมายมากกว่า

  1. ผู้แต่งนวนิยายเรื่องนี้มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของตัวละครแต่ละคนได้อย่างดี

คำอธิบาย ประโยคนี้ใช้ลักษณนามไม่ถูกต้อง เพราะลักษณนามของตัวละคร คือ “ตัว” ไม่ใช่ “คน”

  1. อาจารย์แนะนำว่าการเขียนเรียงความควรใช้ภาษาที่ถูกหลักไวยากรณ์ แต่สละสลวย

คำอธิบาย ประโยคนี้ใช้คำสันธานถูกต้อง เพราะการใช้ภาษาที่ถูกหลักไวยากรณ์ กับ สละสลวย มีความหมายที่คล้อยตามกัน จึงควรใช้คำสันธานว่า “และ”

  1. กรุงเทพมหานครวางแผนบูรณะอาคารเก่าเพื่อให้ทัศนวิสัยของเกาะรัตนโกสินทร์งดงามยิ่งขึ้น

คำอธิบาย ประโยคนี้ใช้ว่า “ทัศนวิสัย” ไม่ได้ เพราะหมายถึง  ระยะไกลที่สุดซึ่งสามารถมองเห็นวัตถุด้วยตาเปล่า และบอกได้ว่าวัตถุนั้นเป็นอะไร  แต่ในประโยคนี้ใช้ในความหมายว่า “บริเวณที่มีเสน่ห์ชวนมอง” จึงควรใช้คำว่า “ภูมิทัศน์” จะเหมาะสมกว่า คำว่าภูมิทัศน์เป็นคำใหม่ที่ใช้มากในแวดวงสถาปัตยกรรม คิดขึ้นมาเพื่อใช้แทนภาษาอังกฤษว่า landscape  คำนี้แม้จะมีความหมายว่า ชวนมอง น่ามองแฝงอยู่ในคำแล้ว  แต่เวลาใช้ก็ยังนิยมนำคำที่มีความหมายว่า สวย เข้ามาขยายเพิ่มขึ้นอีก

  1. ห้างโลตาสกำลังลดราคาสินค้าหลายชนิดในเดือนนี้  เราควรรีบซื้อตุนไว้นะ น้ำลดตอผุดแบบนี้

คำอธิบาย สำนวน “น้ำลดตอผุด” หมายความว่า  ถึงคราวชะตาตกความชั่วร้าย ความทุจริตคดโกง ความเลวทราม ความไม่ดีต่างๆที่ทำไว้ก็ปรากฏขึ้นให้เห็น เปรียบได้กับน้ำเวลาขึ้นเต็มฝั่งก็มองไม่เห็นตอที่อยู่ใต้น้ำ  พอน้ำลดแห้งก็เห็นตอสะพรั่ง   แต่ในประโยคนี้เป็นลักษณะของเหตุการณ์ที่กำลังชะตาขึ้น ดวงดี จะต้องการหรือจะทำอะไรให้เป็นประโยชน์แก่ตนก็ให้รีบทำเสีย จึงควรใช้สำนวนว่า “ขึ้นให้รีบตัก” จะเหมาะสมกว่า  เป็นสำนวนที่เอาน้ำในแม่น้ำลำคลองมาเปรียบ  เวลาน้ำขึ้นมาก็ให้รีบตักใส่ตุ่มไว้ ถ้าเพิกเฉยน้ำคงแห้งไปก็จะตักไม่ได

redrose

แบบทดสอบ 10 ข้อนี้เป็นเพียงตัวอย่างของคำศัพท์ สำนวน และการใช้คำที่ควรรู้จัก ถ้าท่านต้องการเพิ่มความเร็วในการอ่านแต่ต้องพบกับปัญหาเช่นนี้ ท่านคงต้องหยุดอ่านเพื่อใช้เวลานึกถึงความหมายของคำๆนั้น ย่อมทำให้ความเร็วในการอ่านของท่านลดลง  ท่านควรที่จะเรียนรู้ให้มากขึ้น แต่เป็นไปไม่ได้ที่เราจะเรียนรู้คำศัพท์ สำนวนใหม่ๆได้หมด เพราะในแต่ละปีมีคำและสำนวนใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย เพียงแต่ขอให้ท่านเพิ่มจำนวคำศัพท์ สำนวนที่จำเป็นให้มากขึ้นทุกวัน เพื่อท่านจะได้ก้าวทันกับการเติบโตของภาษาและนำมาพัฒนาการอ่านของท่านให้ดียิ่งขึ้น

 

คลิ้กที่นี่  เพื่อกลับไปทำแบบฝึกต่อ