คำอธิบายคำตอบแบบฝึกวิเคราะห์คำ
คำอธิบาย คำว่า “ระบบ” เป็นคำนามมีความหมายว่า “ทำนอง ลำดับ ระเบียบที่รวมส่วนต่างๆเข้าด้วยกัน” จึงไม่ควรใช้กับคำว่า “ประชาธิปไตย” ควรใช้คำว่า “ระบอบ” ซึ่งเป็นคำนามที่มีความหมายว่า “ระเบียบการปกครอง” จะเหมาะสมกว่า
คำอธิบาย คำว่า”กรรมกร” มีความหมายว่า “ผู้ที่ก่อให้เกิดงาน” เป็นคำเรียกเพื่อแสดงสถานภาพทางการงาน แต่ในประโยคนี้ควรใช้คำว่า “กรรมาชีพ” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้ที่มีอาชีพเป็นกรรมกร” เป็นคำที่แสดงสถานภาพทางชนชั้น มักนิยมใช้ร่วมกับคำว่า “ชนชั้น” เป็นชนชั้นกรรมาชีพ เพื่อใช้แยกความหมายออกจากคำว่า “ชนชั้นกลาง” หรือ “ชนชั้นนายทุน” จึงควรใช้คำว่า “กรรมาชีพ” จะตรงความหมายกว่า “กรรมกร”
คำอธิบาย คำว่า “กริยา” ในภาษาไทยใช้เป็นศัพท์เฉพาะแทนภาษาอังกฤษว่า “verb” เท่านั้น ส่วนคำว่า “กิริยา”มีความหมายแตกต่างกัน กล่าวคือ เฉพาะคำว่า “กิริยา” เท่านั้นที่มีความหมายว่า “ท่าทางที่แสดงออก มารยาท” มักใช้ซ้อนกับคำว่า “ท่าทาง” และ “มารยาท” เป็น กิริยาท่าทาง หรือ กิริยามารยาท
คำอธิบาย คำว่า “อุบัติภัย” “อุปัทวเหตุ” และ “ภัยพิบัติ” ล้วนเป็นภัยร้ายแรงทั้งสิ้น ต่างกันที่ “อุบัติภัย” และ “อุปัทวเหตุ” จัดเป็นอุบัติเหตุ กล่าวคือ ภัยที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมาย เป็นภัยร้ายแรงที่อาจเกิดกับชีวิตหรือทรัพย์สินก็ได้ ขณะที่ อุปัทวเหตุ คือภัยที่เกิดขึ้นกับชีวิตมนุษย์ ส่วนภัยพิบัติเป็นความเสียหายที่เกิดทรัพย์สินและชีวิตมนุษย์จำนวนมาก มักเป็นภัยที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ไม่ใช่อุบัติเหตุอย่าง “อุบัติภัย” และ “อุปัทวเหตุ” ดังนั้นจึงควรใช้คำว่า ภัยพิบัติ แทนคำว่า อุบัติภัย
คำอธิบาย คำว่า “แน่นหนา”แปลว่า มิดชิด แข็งแรง จนเข้าหรือออกไม่ได้ ส่วนคำว่า “หนาแน่น” แปลว่า แออัดมากมาย ทั้งสองคำมีเสียงคล้ายกันมาก จึงมีคนใช้สับกันบ่อยๆ
คำอธิบาย “หาโอกาส” แปลว่า คอยโอกาสที่เหมาะสมเพื่อดำเนินการหรือทำอย่างใดอย่างหนึ่งจะมีความหมายเป็นกลางๆ มักมีคนใช้สับกับคำว่า “ฉวยโอกาส” ซึ่งมีความหมายว่า คว้าโอกาสไปโดยไว ในการทำสิ่งที่ไม่ดี ทำร้ายผู้อื่น หรือเอาชนะผู้อื่น ประโยคนี้จึงควรใช้คำว่า “ฉวยโอกาส” จะตรงความหมายมากกว่า
คำอธิบาย ประโยคนี้ใช้ลักษณนามไม่ถูกต้อง เพราะลักษณนามของตัวละคร คือ “ตัว” ไม่ใช่ “คน”
คำอธิบาย ประโยคนี้ใช้คำสันธานถูกต้อง เพราะการใช้ภาษาที่ถูกหลักไวยากรณ์ กับ สละสลวย มีความหมายที่คล้อยตามกัน จึงควรใช้คำสันธานว่า “และ”
คำอธิบาย ประโยคนี้ใช้ว่า “ทัศนวิสัย” ไม่ได้ เพราะหมายถึง ระยะไกลที่สุดซึ่งสามารถมองเห็นวัตถุด้วยตาเปล่า และบอกได้ว่าวัตถุนั้นเป็นอะไร แต่ในประโยคนี้ใช้ในความหมายว่า “บริเวณที่มีเสน่ห์ชวนมอง” จึงควรใช้คำว่า “ภูมิทัศน์” จะเหมาะสมกว่า คำว่าภูมิทัศน์เป็นคำใหม่ที่ใช้มากในแวดวงสถาปัตยกรรม คิดขึ้นมาเพื่อใช้แทนภาษาอังกฤษว่า landscape คำนี้แม้จะมีความหมายว่า ชวนมอง น่ามองแฝงอยู่ในคำแล้ว แต่เวลาใช้ก็ยังนิยมนำคำที่มีความหมายว่า สวย เข้ามาขยายเพิ่มขึ้นอีก
คำอธิบาย สำนวน “น้ำลดตอผุด” หมายความว่า ถึงคราวชะตาตกความชั่วร้าย ความทุจริตคดโกง ความเลวทราม ความไม่ดีต่างๆที่ทำไว้ก็ปรากฏขึ้นให้เห็น เปรียบได้กับน้ำเวลาขึ้นเต็มฝั่งก็มองไม่เห็นตอที่อยู่ใต้น้ำ พอน้ำลดแห้งก็เห็นตอสะพรั่ง แต่ในประโยคนี้เป็นลักษณะของเหตุการณ์ที่กำลังชะตาขึ้น ดวงดี จะต้องการหรือจะทำอะไรให้เป็นประโยชน์แก่ตนก็ให้รีบทำเสีย จึงควรใช้สำนวนว่า “ขึ้นให้รีบตัก” จะเหมาะสมกว่า เป็นสำนวนที่เอาน้ำในแม่น้ำลำคลองมาเปรียบ เวลาน้ำขึ้นมาก็ให้รีบตักใส่ตุ่มไว้ ถ้าเพิกเฉยน้ำคงแห้งไปก็จะตักไม่ได้
|