1. ชื่อโครงการวิจัย (Project) (ภาษาไทย) การใช้สื่อการสอนออนไลน์เป็นสื่อพัฒนาการเรียนการสอนวิชาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1สำหรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร (ภาษาอังกฤษ) Using E-learning to Develop Thai for Business Communication 1 for Students of Rajamangala Institute of Technology

2. หน่วยงานชื่อโครงการที่รับผิดชอบงานวิจัย และที่อยู่ พร้อมชื่อหน่วยงานและลักษณะของการร่วมงานวิจัยกับหน่วยงานอื่น (ถ้ามี) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77110 โทรศัพท์ 0-3251-2052, 0-3251-2054, 0-3261-8500

3. คณะผู้วิจัยและสัดส่วนที่ทำงานวิจัย (%)
3.1 หัวหน้าโครงการ/ผู้วิจัยหลัก นางสาวตรึงตา แหลมสมุทร สัดส่วนที่ทำงานวิจัย 80 % MissTrungta Lamsamoot
3.2 ผู้ร่วมวิจัย นางวรรณรี ปานศิริ สัดส่วนที่ทำงานวิจัย 20 % Mrs.Wannaree Pansiri

4. ประเภทของการวิจัย การวิจัยและพัฒนา

5. สาขาวิชาการและกลุ่มวิชาที่ทำการวิจัย สาขาการศึกษา

6. คำสำคัญ (Keywords)ของโครงการวิจัย สื่อการสอนออนไลน์

7. ความสำคัญและที่มาของปัญหาที่ทำการวิจัย และการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง (Reviewed Literature) ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติและมีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ของสังคมและประเทศชาติ ดังที่ ม.ล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ (2523 : 2-3) กล่าวว่า "ชาติต้องมีภาษาของตนเอง การขาดภาษาเป็นการขาดเอกลักษณ์ที่สำคัญยิ่ง ความจำเป็นที่แท้จริงคือ การมีภาษาที่สื่อสารได้สะดวกกันทั้งชาติ ดังนั้นการสอนภาษาของชาติจึงควรได้รับความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งในวงการศึกษา" ภาษาไทยเป็นวิชาที่สอนให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ถึงหลักการใช้ภาษาและวรรณคดี สำหรับความรู้ด้านหลักการใช้ภาษาโดยเฉพาะวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1นั้นจะเป็นเครื่องช่วยให้ผู้เรียนใช้ภาษาสื่อสารได้ถูกต้อง ซึ่งมีความจำเป็นในชีวิตประจำวันและมีความสำคัญต่อวิชาในสาขาอื่นอีกด้วย สถานศึกษาที่สังกัดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ จะมีการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย ซึ่งเป็นวิชาบังคับของนักศึกษาทุกสาขาวิชา จึงมีนักศึกษามาเรียนเป็นจำนวนมาก ต้องทำการประเมินผลการเรียนรวมกันทุกสาขาวิชา พบว่าความสามารถในการเรียนรู้ของนักศึกษามีความแตกต่างกัน เนื่องจากนักศึกษาสนใจวิชาภาษาไทยน้อย ดังที่ สมพร นาคประทุม (2542 : 6) ได้กล่าวถึงความคิดของนักศึกษาในวิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี ที่มีต่อวิชาภาษาไทยไว้ว่า
1. ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่ายไม่สนใจวิชาภาษาไทยเท่าที่ควร เพราะถือว่าผู้เรียน พูด ฟัง อ่าน เขียนได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ให้มากกว่าที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
2. ผู้เรียนไม่ให้ความสำคัญต่อวิชาภาษาไทย เพราะถือว่าเป็นภาษาที่ทุกคนต้องใช้ประจำวันและใช้ได้อยู่แล้ว
3. ผู้เรียนมีเจตคติไม่ดีต่อวิชาภาษาไทยซึ่งผลกระทบต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยในด้านความรู้สึกของผู้เรียนที่มีต่อวิชาภาษาไทย ดังนั้นการนำเอานวัตกรรมทางการศึกษามาใช้ในการเรียนการสอนให้เหมาะสม จึงเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งที่ผู้สอนจะต้องศึกษา เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้น และมีเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาไทย ซึ่งจะส่งให้ผลการเรียนวิชาภาษาไทยของนักศึกษาดีขึ้น ในปัจจุบันได้มีการกำหนดแนวทางการจัดการศึกษาของประเทศไทยไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 สรุปได้ว่า แนวทางการจัดการศึกษาต้องยึดหลัก ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ เน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้ และบูรณา-การตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษา (กรมวิชาการ,2543) นอกจากนี้รัฐบาลยังเล็งเห็นความสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการศึกษาและได้มีการกำหนดนโยบายไว้อย่างชัดเจนในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวดเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาไว้หลายมาตรา พอสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ คือ รัฐต้องจัดสรรการสื่อสารในรูปแบบต่างๆเพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษาในทุกระบบ รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิตและพัฒนาบทเรียน ตำรา หนังสือทางวิชาการ สื่อสิ่งพิมพ์อื่น วัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา โดยเร่งรัดพัฒนาขีดความสามารถในการผลิต จัดให้มีแรงจูงใจ และเงินสนับสนุนการผลิตเพื่อการพัฒนา และพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิตและผู้ใช้ให้มีความรู้ความสามารถ และทักษะในการผลิตรวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต รวมทั้งรัฐต้องส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนาการผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษารวมทั้งการติดตามตรวจสอบและประเมินผล การใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเพื่อให้เกิการใช้ที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับกระบวนการเรียนรู้ของคนไทย จากการศึกษาแนวทางการจัดการศึกษาและนโยบายทางด้านเทคโนโลยีการศึกษาในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่ได้สรุปมาข้างต้น จะเห็นได้ว่ามุ่งเน้นที่จะจัดการศึกษาของชาติให้เกิดคุณภาพทางการศึกษาในทุกด้านและสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการศึกษาโดยเฉพาะสื่อการสอน ทั้งในด้านผู้ผลิตและผู้ใช้ได้อย่างเหมาะสม มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ ดังนั้นผู้สอนจึงต้องพยายามนำนวัตกรรมทางการศึกษาเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเรียนการสอนเทนการยึดครูเป็นศูนย์กลาง ดังที่ ศิริพงษ์ พยอมแย้ม (2533 : 14) กล่าวไว้ว่า …ในการจัดการศึกษาที่ผ่านมาพบว่ามีปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นกับระบบการเรียนการสอน ได้แก่ การยึดครูเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอน ซึ่งส่งผลให้ผู้เรียนขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ขาดการคิดเป็น ดังนั้นบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาเข้ามาใช้กับระบบการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้เข้ามามีบทบาทในวงการศึกษามากขึ้น มีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้งานในลักษณะการนำเสนอบทเรียนผ่านทางคอมพิวเตอร์ เรียกว่า สื่อการสอนออนไลน์(Computer online) ดังที่ ผดุง อารยะวิญญู ( 2527 : 15) กล่าวว่า "คอมพิวเตอร์มีบทบาทต่อโรงเรียน และต่อการเรียนการสอนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน" นิพนธ์ ศุขปรีดี (อ้างถึงใน สมบูรณ์, 2531 : 6) กล่าวว่า "การจัดการเรียนด้วยระบบคอมพิวเตอร์จะทำให้ผู้เรียนเรียนไปด้วยความสามารถของตนเอง ตามอัตราความเร็วในการรับรู้โดยไม่รอหรือเร่งให้ไปพร้อมๆกันกับเพื่อนๆในชั้นเรียน" การนำคอมพิวเตอร์มาใช้เป็นสื่อในการจัดการเรียนการสอนนั้น คอมพิวเตอร์จะนำเสนอบทเรียนที่ได้เตรียมไว้อย่างมีระบบ ใช้ความสามารถของคอมพิวเตอร์ในการนำเสนอสื่อประสม ได้แก่ ภาพและเสียง ข้อความต่างๆเพื่อถ่ายทอดเนื้อหาไปสู่ผู้เรียนแต่ละคน ผู้เรียนสามารถเรียนได้ด้วยตนเองโดยศึกษาเนื้อหาผ่านคอมพิวเตอร์และมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับคอมพิวเตอร์ จากเหตุผลดังกล่าวทำให้ผู้วิจัยเล็งเห็นประโยชน์ของการนำสื่อการสอนออนไลน์มาใช้ในการเรียนการสอนเรื่องรายงานทางวิชาการ โดยให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองและจะได้เป็นแนวทางในการนำสื่อการสอนออนไลน์มาพัฒนาการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยต่อไป

8. วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย
1. เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของสื่อการสอนออนไลน์ วิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1 สำหรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ที่สร้างขึ้นให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. เพื่อเปรียบเทียบความก้าวหน้าของผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1 ของนักศึกษากลุ่มตัวอย่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล
3. ศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษากลุ่มตัวอย่างต่อการเรียนด้วยสื่อสื่อการสอนออนไลน์ วิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1

9. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ได้สื่อการสอนออนไลน์ วิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1 สำหรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ที่มีประสิทธิภาพเชื่อถือได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. เป็นแนวทางให้ครูภาษาไทยนำผลการวิจัยไปพัฒนาสื่อสื่อการสอนออนไลน์วิชาภาษาไทยเรื่องอื่นๆต่อไป

10. ทฤษฎีหรือกรอบแนวคิด (Conceptual Framework) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เป็นสถานศึกษาที่มุ่งผลิตบุคลากรที่เป็นกำลังแรงงานของประเทศให้มีความรู้เชิงวิชาชีพและเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง จึงถือเป็นภารกิจที่จะต้องปฏิบัติอย่างมีคุณภาพ จากงานวิจัยของ พิโชต พงษ์พานิช (2544 :109) ได้ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการใช้สื่อการสอนของคณาจารย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพระนครศรี อยุธยา หันตรา พบว่า คณาจารย์มีความต้องการด้านบริการสื่อการสอนในภาพรวมอยู่ในระดับมาก กล่าวคือต้องการให้มีการช่วยผลิตสื่อการสอน ต้องการวัสดุอุปกรณ์ ที่ใช้ผลิตสื่อการสอน และต้องการให้มีการฝึกอบรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการผลิตและใช้สื่อการสอน เช่น บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) และสื่อการสอนอื่นๆ จากแนวความคิดดังกล่าวจึงควรนำนวัตกรรมทางการศึกษามาใช้ในการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยและพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิตและผู้ใช้ให้มีความรู้ความสามารถและทักษะในการผลิตรวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการจัดการศึกษาและนโยบายทางด้านเทคโนโลยีการศึกษาในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

11. เอกสารอ้างอิง
ถนอมพร (ตันติพิพัฒน์) เลาหจรัสแสง. 2541. สื่อการสอนออนไลน์. กรุงเทพมหานคร : ภาควิชาโสตทัศน ศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ผดุง อารยะวิญญู. 2527. ไมโครคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา. กรุงเทพมหานคร : เอช - แอนการพิมพ์.
พันผกา ทองเจริญ. 2538.การใช้เกมคอมพิวเตอร์ในการสอนซ่อมเสริมเรื่องคำราชาศัพท์สำหรับนัก เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 . ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต(ศึกษาศาสตร์ - การสอน) สาขาการสอน ภาษาไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ .
พิโชต พงษ์พานิช. 2544. การศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการใช้สื่อการสอนของคณาจารย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพระนครศรีอยุธยา หันตรา. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (เทคโนโลยีการศึกษา) สาขาเทคโนโลยีการศึกษา.
ศิริพงษ์ พยอมแย้ม.2533. การเลือกและการใช้สื่อการสอน. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์. สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล. 2542. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. ปทุมธานี : คณะ วิศวกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร,สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล.
สมบูรณ์ สงวนญาติ. 2534. เทคโนโลยีการเรียนการสอน. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์การศาสนา.
สมพร นาคประทุม. 2542. ปฏิสัมพันธ์ระหว่างระดับผลการเรียนรู้กับการใช้ตัวชี้นำในบทเรียน สื่อการสอนออนไลน์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย ของนักเรียนในระดับ ปวช. ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
สุชาติ สุวรรณ์เจริญ. 2537. การใช้เกมคอมพิวเตอร์เสริมทักษะการเขียนสะกดคำภาษาไทยสำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต(ศึกษาศาสตร์ - การสอน) สาขาการ สอนภาษาไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ .
สุภาวดี เพ็ชร์น้อย. 2545. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนในการเรียนรู้คำ ศัพท์ วิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้สื่อการสอนออนไลน์ แบบเกม 2 รูปแบบ. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (เทคโนโลยีการศึกษา) สาขาเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

12. ระเบียบวิธีวิจัย กลุ่มตัวอย่าง นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล ที่ลงเรียนวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1 จำนวน 40 คน ซึ่งมีความสามารถในการเรียนวิชาภาษาไทยครบทุกระดับ ทั้งสูงกลางและต่ำ ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง
เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย
1. สื่อการสอนออนไลน์วิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1 มีทั้งหมด 7 หน่วยการเรียน
2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์เพื่อใช้สอบนักศึกษาก่อนและหลังเรียน จำนวน 2 ชุด
3. แบบสอบถามความคิดเห็นเพื่อประเมินค่าสื่อการสอนออนไลน์
การสร้างเครื่องมือ
สื่อการสอนออนไลน์ ผู้วิจัยดำเนินตามขั้นตอน ดังนี้
1. ศึกษาหลักสูตรและคำอธิบายรายวิชา ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1 (05 - 810 - 201) Thai for Business Communication 1
2. ศึกษาวิธีการสร้างสื่อการสอนออนไลน์จากศูนย์คอมพิวเตอร์
3. สร้างสื่อการสอนออนไลน์โดยแบ่งเป็น 7 หน่วย สำหรับใช้ประกอบวิชา ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1
4. นำสื่อการสอนออน์ไลน์ให้นักศึกษา 5 คน พิจารณาเพื่อบอกรายละเอียดและส่วนประกอบของสื่อการสอนนั้น แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม
5. นำสื่อการสอนออน์ไลน์ที่สร้างขึ้นให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ เพื่อขอคำแนะนำปรับปรุงและแก้ไข
6. นำสื่อการสอนออนไลน์ลงในเวปไซด์ของภาควิชา เพื่อนำไปใช้กับนักศึกษากลุ่มตัวอย่าง
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์
1. ศึกษาหลักสูตร โครงการสอน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
2. สร้างแบบทดสอบเพื่อใช้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยยึดหลักตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ของ Bloom ข้อสอบเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก มี 2 ชุด ชุดละ 7 หน่วย หน่วยละ 10 ข้อ รวมเป็น 140 ข้อ
3. นำแบบทดสอบไปหาประสิทธิภาพ 2 ครั้ง
4. นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้นักศึกษาทำก่อนและหลังเรียน
แบบสอบถามความคิดเห็น
1. ศึกษาวิธีประเมินค่าสื่อการสอนจากเอกสารและตำราที่เกี่ยวข้อง
2. สร้างแบบสอบถามความคิดเห็นเพื่อประเมินค่าสื่อการสอนออน์ไลน์ให้ครอบคลุมทั้ง 5 ด้าน คือ ลักษณะการจัดสื่อการสอนออน์ไลน์ เนื้อเรื่อง การเชื่อมโยงเนื้อหา การใช้ภาษา คุณค่าและประโยชน์ที่ได้รับ สร้างเป็นมาตราส่วนประเมินค่า (Rating Scale) แบบ 4 ระดับคะแนน และมีส่วนที่เป็นคำถามปลายเปิด แสดงความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอื่นๆ
3. นำแบบสอบถามที่สร้างขึ้นไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจแก้ไขและปรับปรุง และให้นักศึกษาทำการประเมินค่าสื่อการสอนออน์ไลน์ที่สร้างขึ้นต่อไป
การเก็บรวบรวมข้อมูล
1. นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์วิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1 ก่อนเรียนไปทดสอบนักศึกษากลุ่มตัวอย่าง จำนวน 40 คน
2. นำสื่อการสอนออนไลน์ วิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1ให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง จำนวน 16 ครั้ง แต่ละครั้งที่ศึกษาจะไม่กำหนดเวลาและผู้วิจัยควรให้คำปรึกษา หากนักศึกษามีปัญหา
3. นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์วิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1หลังเรียนไปทดสอบนักศึกษากลุ่มตัวอย่าง
4. นำแบบสอบถามความคิดเห็นให้นักศึกษาตอบหลังการเรียนด้วยสื่อการสอนออนไลน์วิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1
5. นำข้อมูลที่ได้จากการทดสอบก่อนเรียน หลังเรียนมาวิเคราะห์ทางสถิติ T-test และแบบสอบถามความคิดเห็นทางเจตคติมาวิเคราะห์ด้วยร้อยละ

13. ขอบเขตของโครงการวิจัย
1. ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักศึกษาที่ลงเรียนวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1 ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ สื่อการสอนออนไลน์ วิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1 สำหรับการวิจัยครั้งนี้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้กับเครี่องไมโครคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป Frontpage Version 0.5
2. เนื้อหาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1 ซึ่งมี 7 หน่วยการเรียน ดังนี้

14. ระยะเวลาที่ทำการวิจัย เป็นโครงการเดี่ยว ใช้ระยะเวลาในการวิจัยตลอดโครงการ 12 เดือน

15. แผนการดำเนินการ

ตารางการดำเนินการ

16. แผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือผลงานวิจัยสู่กลุ่มเป้าหมาย
ภายหลังจากการวิจัยเสร็จสิ้นแล้ว นำสื่อการสอนออนไลน์วิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1 เผยแพร่ไปยังนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ในวิทยาเขตต่างๆ เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน วิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1 นอกจากนี้ควรทำการวิจัยเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของสื่อวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ 1 โดยใช้สื่อการสอนออนไลน์

17. อุปกรณ์ที่จำเป็นของโครงการวิจัย
17.1
ที่มีอยู่แล้ว
- คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง
- เครื่องพิมพ์ 1 เครื่อง
17.2 ที่ต้องการเพิ่มเติม - ไม่มี

18. งบประมาณของโครงการวิจัย
18.1 รายละเอียดงบประมาณที่เสนอขอ(เฉพาะปีที่เสนอขอ) ตามหมวดเงินประเภทต่างๆ
ก. หมวดค่าจ้างชั่วคราว ค่าจ้างพิมพ์ข้อมูล 5,000 บาท
ข. หมวดค่าใช้สอย ค่าจ้างเหมาทำสื่อออนไลน์ 10,000 บาท
ค. หมวดค่าตอบแทน
ง. หมวดค่าวัสดุ ค่าวัสดุสำนักงาน (เช่น แผ่นซีดี,กระดาษ และอื่นๆ) 15,000 บาท
จ. หมวดค่าครุภัณฑ์ - รวมงบประมาณที่ขอเสนอ 30,000 บาท

19. โครงการต่อเนื่อง

20. คำชี้แจงอื่นๆ

หมายเหตุ โปรดดูคำชี้แจงรายละเอียดในแต่ละหัวข้อ